สมัครงานที่ไหนก็เงียบ? ลองใช้ 7 คำสั่ง ChatGPT ขั้นสูงช่วยเขียน Resume ภาษาอังกฤษ ให้ผ่านด่าน ATS และโดนใจ HR พร้อมเทคนิคแบบจับมือทำ อ่านจบทำตามได้เลย
7 คำสั่ง Prompt ChatGPT สร้าง Resume ภาษาอังกฤษ ขั้นเทพ! จบปัญหาเรซูเม่ไม่ปัง ได้งานทันใจ
คุณเคยรู้สึกท้อแท้ไหมครับ? นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมง พยายามจะเขียนประวัติการทำงาน หรือ เขียน Resume ภาษาอังกฤษ สักฉบับ แต่พิมพ์ไปได้แค่สองสามบรรทัดก็ต้องลบแล้วลบอีก ไม่รู้จะใช้คำศัพท์คำไหนให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือกลัวว่าไวยากรณ์จะผิดจน HR (ฝ่ายบุคคล) หัวเราะเยาะ
การหางานในยุคนี้ การแข่งขันสูงมากครับ แค่เก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่เราต้อง "นำเสนอความเก่ง" ของเราให้ออกมาดูดีที่สุดด้วย โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ หรือบริษัทข้ามชาติ ที่มักจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการคัดกรองใบสมัคร
วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกครับ เราอยู่ในยุคที่มีผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง ChatGPT สร้าง Resume ที่จะมาช่วยคุณแก้ปัญหานี้ แต่เดี๋ยวก่อน! การแค่พิมพ์บอก AI ว่า "ช่วยเขียน Resume ให้หน่อย" มันธรรมดาเกินไป และผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะกว้างๆ ไม่โดนใจ
วันนี้ผมจึงรวบรวม "7 คำสั่งลับ (Advanced Prompts)" ที่จะเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็นโค้ชส่วนตัว ช่วยคุณสร้าง Resume ภาษาอังกฤษระดับเทพ ที่ใครเห็นก็ต้องอยากเรียกสัมภาษณ์ พร้อมแล้วไปลุยกันเลยครับ!
ก่อนที่เราจะไปเริ่มใช้เครื่องมือ เราต้องเข้าใจก่อนว่า "Resume ที่ดี" หน้าตามันเป็นยังไง? หลายคนคิดว่า Resume คือกระดาษที่บอกว่าเราเรียนจบที่ไหน เคยทำอะไรมาบ้าง ซึ่งนั่นก็ถูกครับ แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว
Resume ที่ดีเปรียบเสมือน "โฆษณาขายตัวเราเอง" ภายในเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 6-10 วินาทีที่ HR จะกวาดสายตาดู Resume ของคุณ เขาต้องรู้ทันทีว่า:
ถ้า Resume ภาษาอังกฤษ ของคุณตอบคำถาม 3 ข้อนี้ไม่ได้ โอกาสที่จะถูกโยนลงถังขยะ (หรือถูกปัดตกในอีเมล) ก็มีสูงมากครับ ดังนั้น เป้าหมายของเราในวันนี้คือการสร้าง Resume ที่ตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อนี้อย่างชัดเจน และทรงพลังที่สุด
ทำไมเราไม่เขียนเองล่ะ? หรือจ้างคนเขียนดีไหม? การใช้ Prompt ChatGPT สมัครงาน มีข้อดีมหาศาลที่คุณอาจคาดไม่ถึงครับ:
หลายคนยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะใช้ AI เพราะมีความเชื่อผิดๆ ดังนี้ครับ:
ความเชื่อที่ 1: "ใช้ AI เขียนแล้ว HR จะดูออกว่าไม่ใช่คนเขียน"
ความจริง: ถ้าคุณก๊อปปี้มาทั้งดุ้นโดยไม่ขัดเกลา อาจจะดูแข็งๆ บ้าง แต่ถ้าคุณใช้ Prompt ChatGPT ที่ดี และใส่ความเป็นตัวตนของคุณลงไป HR จะดูไม่ออกเลยครับ กลับกัน เขาจะประทับใจในการใช้ภาษาของคุณด้วยซ้ำ
ความเชื่อที่ 2: "AI มั่วข้อมูล"
ความจริง: AI จะมั่วก็ต่อเมื่อเราให้ข้อมูลมันไม่ครบครับ หน้าที่ของ AI คือการเรียบเรียงและตกแต่ง ไม่ใช่การโกหกข้อมูล ถ้าเราป้อนประวัติการทำงานจริงของเราลงไป มันก็จะเขียนจากความจริงนั้นครับ
ความเชื่อที่ 3: "Resume จาก AI หน้าตาเหมือนกันหมด"
ความจริง: นี่คือเหตุผลที่เราต้องใช้ Prompt ChatGPT ขั้นสูง ในบทความนี้ครับ เพื่อให้ Resume ของคุณ "ไม่ซ้ำใคร" และ "เฉพาะเจาะจง" กับงานที่คุณสมัคร
มาถึงหัวใจสำคัญของบทความนี้ครับ ผมได้คัดเลือก 7 คำสั่งที่จะช่วยคุณในทุกขั้นตอนของการทำ Resume โดยเราจะไม่สั่งแบบกว้างๆ แต่เราจะสั่งแบบ "เจาะลึก" เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คำแนะนำก่อนใช้: ในช่องว่าง [...] ให้คุณเติมข้อมูลจริงของคุณลงไปนะครับ
ปัญหาคือเรามักเขียน Resume แบบหว่านแห ไม่ตรงกับที่บริษัทต้องการ คำสั่งนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าบริษัท "อยากได้ยินคำว่าอะไร" เพื่อให้ Resume ผ่าน ATS (ระบบคัดกรองใบสมัครอัตโนมัติ)
(คำแปล: สวมบทบาทเป็น HR อาวุโสที่มีประสบการณ์ 10 ปี... ช่วยวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานนี้ และลิสต์ 10 คำค้นหาสำคัญ (Keywords) และทักษะที่จำเป็นต้องมีใน Resume เพื่อให้ผ่านระบบคัดกรองอัตโนมัติ)
ส่วนบนสุดของ Resume คือส่วนที่สำคัญที่สุด คำสั่งนี้จะช่วยเขียนสรุปตัวเองให้น่าสนใจจนคนอ่านต้องว้าว และอยากอ่านต่อจนจบ
(คำแปล: จากประวัติของฉัน ช่วยเขียนบทสรุปแนะนำตัว 3 รูปแบบ... แบบเน้นผลลัพธ์, แบบเน้นความมุ่งมั่น, และแบบสมดุล)
อย่าแค่บอกว่า "ทำอะไร" แต่ต้องบอกว่า "ทำแล้วได้อะไร" คำสั่งนี้จะเปลี่ยนประโยคธรรมดาให้เป็นประโยคทองคำด้วยเทคนิค STAR Method (Situation, Task, Action, Result)
(คำแปล: ฉันมีรายการหน้าที่รับผิดชอบเดิม ช่วยเขียนใหม่ด้วยเทคนิค STAR ให้ดูมีพลังและเน้นความสำเร็จ ใช้คำกริยาที่หนักแน่น และช่วยสมมติตัวเลขผลลัพธ์ให้ด้วย เดี๋ยวฉันจะไปแก้ตัวเลขจริงเอง... เช่น จาก 'ขายกาแฟ' เป็น 'บริหารยอดขายกาแฟเพิ่มขึ้น 15% ภายใน 3 เดือน...')
บริษัท Startup อาจชอบคนแอคทีฟ บริษัทใหญ่แบบราชการอาจชอบคนเรียบร้อย คำสั่งนี้ช่วยปรับโทนภาษาครับ ให้คุณดูเป็นคนที่ "ใช่" สำหรับองค์กรนั้น
(คำแปล: ฉันกำลังสมัครงานบริษัท... ซึ่งมีวัฒนธรรมแบบ... ช่วยปรับแก้โทนภาษาและคำศัพท์ในส่วนประสบการณ์ทำงานให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรนี้หน่อย)
ใครที่ไม่ได้ทำงานตรงสาย หรือว่างงานไปนาน คำสั่งนี้ช่วยอธิบายจุดนี้ให้ดูเป็นบวกได้ โดยเน้นไปที่ Transferable Skills (ทักษะที่นำไปปรับใช้ได้)
(คำแปล: ฉันกำลังย้ายสายงานจาก... ไปเป็น... ช่วยหา 'ทักษะที่นำไปปรับใช้ได้' จากงานเก่า และเขียนหัวข้อที่เชื่อมโยงงานเก่ากับงานใหม่ให้หน่อย เพื่อลดช่องว่างและแสดงความสามารถในการปรับตัว)
ระบบ ATS คือหุ่นยนต์ที่คัด Resume ก่อนถึงมือคน คำสั่งนี้ให้ AI ตรวจสอบว่า Resume เราจะ ผ่านด่าน ATS นี้ไหม
(คำแปล: สวมบทบาทเป็นบอท ATS สแกน Resume ของฉันเทียบกับคำค้นหาเหล่านี้... ให้คะแนนความตรงกันเป็นเปอร์เซ็นต์ และบอกว่าขาดคำไหน ควรเติมตรงไหน)
เมื่อ Resume เสร็จแล้ว อย่าลืมเตรียมตัวสัมภาษณ์ด้วย เพื่อไม่ให้ตกม้าตายตอนจบครับ
(คำแปล: ดู Resume ของฉัน แล้วสวมบทผู้จัดการจอมโหด ช่วยตั้งคำถามสัมภาษณ์ยากๆ 5 ข้อ จากจุดที่ดูอ่อนที่สุดใน Resume แล้วแนะนำวิธีตอบให้เป็นจุดแข็ง)
เมื่อได้ผลลัพธ์จาก ChatGPT สร้าง Resume แล้ว อย่าเพิ่งก๊อปปี้ไปวางทันทีนะครับ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด:
การ เขียน Resume ภาษาอังกฤษ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไปแล้วครับ เมื่อคุณมี ChatGPT เป็นผู้ช่วย และที่สำคัญคือคุณมี "ชุดคำสั่ง (Prompts)" ที่ถูกต้อง การใช้คำสั่งทั้ง 7 ข้อนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยให้คุณเขียนเสร็จไวขึ้น แต่ช่วยยกระดับเนื้อหาใน Resume ของคุณให้ดูเป็นมืออาชีพ มีกลยุทธ์ และตรงใจบริษัทที่คุณสมัครมากขึ้น
จำไว้เสมอว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ "คนขับ" คือคุณ คุณต้องเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายว่าข้อมูลไหนควรใส่ ข้อมูลไหนควรตัด ขอให้ทุกคนสนุกกับการใช้เทคโนโลยี และขอให้ได้งานในฝันเร็วๆ นี้นะครับ!
สำหรับเด็กจบใหม่หรือประสบการณ์ไม่เกิน 5 ปี ควรมีความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ครับ แต่ถ้าประสบการณ์สูงมากระดับผู้บริหาร สามารถมี 2 หน้าได้ แต่ต้องเป็นเนื้อๆ เน้นๆ ไม่น้ำท่วมทุ่งครับ
ถ้าสมัครบริษัทต่างชาติ (ฝั่งอเมริกา, อังกฤษ, ยุโรป) ไม่นิยม ใส่รูปครับ เพื่อป้องกันการเหยียดเชื้อชาติหรือหน้าตา แต่ถ้าสมัครบริษัทไทย ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ส่วนใหญ่ยังนิยมให้ใส่อยู่ครับ เพื่อความสุภาพและยืนยันตัวตน
ให้ใช้ Prompt สั่งให้ ChatGPT เน้นเรื่อง "Projects" (โครงงานที่ทำตอนเรียน), "Volunteering" (จิตอาสา), หรือ "Soft Skills" (ทักษะนิสัย) แทนประสบการณ์ทำงานครับ โดยใช้เทคนิค STAR เหมือนเดิมเพื่อแสดงศักยภาพ
ได้แน่นอนครับ! คุณสามารถใช้ Prompt คล้ายๆ กัน โดยสั่งให้ AI อ่าน Resume ของคุณ และ Job Description แล้วร่างจดหมายที่เชื่อมโยงความสามารถของคุณเข้ากับความต้องการของบริษัท จะช่วยเพิ่มโอกาสได้งานมากยิ่งขึ้น
นี่คือเหตุผลที่คุณต้องอ่านและทำความเข้าใจสิ่งที่ ChatGPT เขียนให้ครับ การใช้คำศัพท์ยากๆ อาจดูดี แต่ถ้าตอนสัมภาษณ์คุณไม่เข้าใจคำนั้นๆ จะเป็นผลเสีย ให้สั่ง ChatGPT ว่า "Use simple but professional English" (ใช้ภาษาอังกฤษที่ง่ายแต่ดูเป็นมืออาชีพ) จะปลอดภัยกว่าครับ
ได้ครับ! เพียงแค่เปลี่ยนคำสั่งใน Prompt จาก "Write in English" เป็น "Write in Thai" หรือ "เขียนเป็นภาษาไทย" โครงสร้างและหลักการคิดเหมือนกันทุกประการครับ
อยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ ChatGPT ให้เก่งแบบก้าวกระโดด?
ไปดูคอร์สเรียน ChatGPT ระดับลึก และเทคนิคการใช้งาน AI เพื่อธุรกิจได้ที่: https://www.benziogpt.com/courses
Categories: : ChatGPT Prompts